ระบบ POS ร้านค้าปลีก: ฟีเจอร์ที่ชี้เป็นชี้ตายจริง ๆ
ตัวเลือกสินค้า บาร์โค้ด ตารางราคารายสาขา และการคืนสินค้าที่ตรวจสอบได้ คู่มือใช้งานจริงของระบบ POS ร้านค้าปลีก พร้อมเช็กลิสต์ก่อนตัดสินใจ
ในธุรกิจค้าปลีก ระบบ POS ไม่ได้แข่งกันที่วินาทีเหมือนร้านอาหาร แต่แข่งกันที่ ความแม่นยำของสต๊อก คำถามที่ตัดสินว่าระบบของคุณใช้ได้หรือไม่นั้นชัดเจนมาก: คุณตอบจากหน้าเคาน์เตอร์ได้ไหมว่าไซซ์ M สีน้ำเงินยังเหลืออยู่หรือเปล่า โดยไม่ต้องเดินไปดูในสต๊อก
ถ้าตอบไม่ได้ เรื่องอื่นเป็นเรื่องรอง บทความนี้อธิบายฟีเจอร์ที่ ระบบ POS ร้านค้าปลีก ต้องมี และวิธีประเมินก่อนตัดสินใจ
ตัวเลือกสินค้า: จุดที่ระบบครึ่งหนึ่งพัง
ร้านเสื้อผ้าที่มี 200 แบบ ไม่ได้มีสินค้า 200 รายการ แต่มี 200 × ไซซ์ × สี ระบบ POS ที่มองทุกชุดผสมเป็นสินค้าแยกกันจะบังคับให้คุณคีย์ข้อมูลเป็นพันรายการด้วยมือ
สิ่งที่ต้องเรียกร้อง
- ประกาศ คุณลักษณะและค่าของมัน เพียงครั้งเดียว (ไซซ์: S, M, L, XL; สี: ดำ ขาว น้ำเงิน)
- สร้างตารางตัวเลือกอัตโนมัติ
- ราคาและ SKU แยกรายตัวเลือก พร้อมตัวเลือกใส่ค่าเดียวกันทั้งหมดในคลิกเดียว
- สร้าง SKU ใหม่ เมื่อเปลี่ยนชื่อสินค้า เพื่อไม่ให้รหัสล้าสมัย
- สต๊อก แยกรายตัวเลือก ซึ่งเป็นสิ่งที่ตอบคำถามข้างต้นได้
บาร์โค้ดกับความเร็วหน้าเคาน์เตอร์
เครื่องสแกนบาร์โค้ดคือการลงทุนที่คุ้มที่สุดในธุรกิจค้าปลีก ราคาถูกและตัดปัญหาคีย์ผิดออกไปเลย ตรวจสอบว่าระบบ POS รองรับ
- สแกนแล้ว เข้าตะกร้าทันที
- บาร์โค้ด รายตัวเลือก ไม่ใช่แค่ที่สินค้าหลัก
- ค้นหาด้วยชื่อหรือ SKU เมื่อป้ายชำรุด
ตารางราคาและโปรโมชัน
ตรงนี้คือที่ที่กำไรถูกกำหนด สองกลไกที่ไม่ควรสับสน
ตารางราคา กำหนดราคาพื้นฐานตาม ที่ไหนและเมื่อไร สาขาในห้างอาจตั้งราคาต่างจากสาขาริมถนน และแต่ละฤดูกาลอาจมีตารางของตัวเองพร้อมช่วงเวลาที่ใช้ได้ เปิดใช้งานแล้วหน้าเคาน์เตอร์จะดึงราคาที่ถูกต้องเอง
โปรโมชัน คือแคมเปญที่ทำบนราคาที่ใช้อยู่
| ประเภท | ตัวอย่าง |
|---|---|
| เปอร์เซ็นต์ | ลด 20% ทั้งหมวดเสื้อโค้ท |
| ลดเป็นจำนวนเงิน | ลด 100 บาทเมื่อซื้อครบ 1,000 บาท |
| ซื้อ X แถม Y | ซื้อ 3 จ่าย 2 สำหรับเสื้อยืด |
โปรโมชันอาจต้องใช้ โค้ด (มีประโยชน์กับแคมเปญอีเมลและรีวิวเวอร์ เพราะวัดการใช้งานได้) หรือใช้ อัตโนมัติ เมื่อบิลเข้าเงื่อนไข
การคืนสินค้า: ทำให้ถูกตั้งแต่วันแรก
ธุรกิจค้าปลีกมีการคืนสินค้าเยอะ และการคืนที่บันทึกผิดจะทำลายทั้งสต๊อกและรายงานพร้อมกัน
ขั้นตอนที่ถูกต้องเริ่มจาก บิลเดิม คุณค้นหาบิลด้วยรหัสใบเสร็จหรือชื่อลูกค้า ติ๊กรายการที่คืนพร้อมจำนวน — คืนเกินจำนวนที่ซื้อไม่ได้ — ระบุเหตุผล แล้วยืนยัน
รายละเอียดที่แทบทุกคนลืม คือการระบุว่าสินค้านั้น ชำรุด หรือไม่ ถ้าชำรุด มันต้องไม่กลับเข้าสต๊อกที่ขายได้ ถ้าไม่แยกตรงนี้ ระบบจะเชื่อว่าคุณมีของพร้อมขายสามชิ้น ทั้งที่สองชิ้นพังอยู่หลังร้าน
สต๊อก: รับเข้า นับ ปรับยอด
สามงานที่ต่างกันแต่มักถูกปนกัน
- รับสินค้าเข้า ของจากซัพพลายเออร์มาถึง คุณบันทึกสินค้า จำนวน และราคาทุน สต๊อกเพิ่มขึ้น การใส่ราคาทุนตรงนี้คือสิ่งที่ทำให้รายงานกำไรเป็นของจริง
- นับสต๊อก นับของจริงแล้วใส่จำนวนที่นับได้ ระบบแสดงส่วนต่างเทียบกับที่บันทึกไว้
- ปรับยอด ผู้รับผิดชอบอนุมัติส่วนต่าง แล้วสต๊อกในระบบจะตรงกับความจริง โดยบันทึกไว้ว่าใครอนุมัติและเมื่อไร
คำแนะนำ: อย่าพึ่งการนับสต๊อกใหญ่ปีละครั้ง ให้นับสินค้าหมุนเร็วทุกสัปดาห์ และเก็บสินค้าหมุนช้าไว้ตรวจรายไตรมาส การนับทีละน้อยแต่บ่อยจะเจอปัญหาตอนที่มันยังเล็ก
ลูกค้าและระบบสะสมแต้ม
การบันทึกลูกค้าลงในบิลเปลี่ยนใบเสร็จกระจัดกระจายให้กลายเป็นประวัติ แล้วคุณจะ
- เห็นว่าเขา เคยซื้ออะไร ก่อนจะแนะนำอะไรก็ตาม
- แบ่งกลุ่มตามความถี่หรือยอดซื้อ
- ใช้ ระบบสะสมแต้ม ที่ให้เหตุผลเขากลับมา
เริ่มแค่ชื่อกับเบอร์โทรก็พอ อีเมลและวันเกิดค่อยเก็บทีหลัง
พนักงานและการควบคุม
พอมีคนหน้าเคาน์เตอร์มากกว่าหนึ่งคน คุณต้องมีระบบสิทธิ์ แคชเชียร์ขายและดูสินค้าได้ แต่แก้ราคาไม่ได้ อนุมัติปรับสต๊อกไม่ได้ และไม่เห็นรายงานกำไร ส่วนผู้จัดการเห็น
และที่สำคัญที่สุด ทุกบิลต้องมีชื่อคนขาย เวลาเงินไม่ตรง ความต่างระหว่าง "เงินขาด" กับ "เงินขาดในกะบ่ายวันอังคาร" คือความต่างระหว่างทำอะไรไม่ได้เลยกับแก้ปัญหาได้
เช็กลิสต์ประเมินระบบ POS ค้าปลีก
- ตัวเลือกสินค้าที่สร้างอัตโนมัติและสต๊อกแยกรายตัวเลือก
- บาร์โค้ดรายตัวเลือก
- นำเข้ารายการสินค้าจาก Excel หรือ CSV
- ราคาทุนรายสินค้า (เพื่อคำนวณกำไร)
- ตารางราคารายสาขาและรายช่วงเวลา
- โปรโมชันอัตโนมัติและแบบใช้โค้ด
- การคืนสินค้าที่ผูกกับบิล พร้อมระบุของชำรุด
- การรับสินค้า การนับสต๊อก และการปรับยอดที่ต้องอนุมัติ
- สิทธิ์รายพนักงานรายสาขา
- กะพนักงานพร้อมการกระทบยอด
- โหมดออฟไลน์
- รายงานรายวัน รายชั่วโมง รายสินค้า และรายหมวด
- ส่งออกข้อมูลของคุณเองได้
คำถามที่พบบ่อย
ต้องใส่สินค้ากี่รายการก่อนเริ่มขาย
แค่ 30-40 รายการที่ขายดีที่สุด เท่านี้ก็ครอบคลุมบิลส่วนใหญ่และเปิดร้านได้ในวันเดียวกัน ที่เหลือค่อยทยอยใส่ในช่วงว่างของสัปดาห์แรก ๆ
นำเข้ารายการสินค้าจาก Excel ได้ไหม
ระบบสมัยใหม่ส่วนใหญ่ทำได้ และคุ้มที่จะทำถ้าคุณมีสินค้าเกินร้อยรายการ จัดคอลัมน์แยกตามข้อมูล (ชื่อ หมวดหมู่ ราคา ทุน บาร์โค้ด) แล้วตรวจผลลัพธ์ก่อนเริ่มขาย เพราะความผิดพลาดตอนนำเข้าจะลามไปทุกรายงาน
ถ้าขายออนไลน์ด้วย จะคุมสต๊อกอย่างไร
ทางที่ดีคือให้ระบบ POS เป็นแหล่งข้อมูลสต๊อกแหล่งเดียว แล้วให้ร้านออนไลน์อ่านจากตรงนั้นผ่านการเชื่อมต่อหรือ API การทำสต๊อกสองชุดคู่ขนานลงเอยด้วยการขายของที่ไม่มีเสมอ
จำเป็นต้องใส่ราคาทุนของทุกสินค้าไหม
น่าจะเป็นช่องที่ทำเงินที่สุดในระบบทั้งหมด ถ้าไม่มีทุน คุณรู้แค่ยอดขาย ถ้ามีทุน คุณรู้กำไรรายสินค้าและรายหมวด ซึ่งเป็นตัวตัดสินว่าจะสั่งอะไรและจะเลิกสั่งอะไร
ควรดูรายงานอะไรทุกสัปดาห์
สี่ตัว: ยอดขายรายวัน ยอดขายรายชั่วโมง (เพื่อจัดกะ) อันดับสินค้า (เพื่อเติมของ) และยอดต่อบิลเฉลี่ย (เพื่อดูว่าการเสนอขายเพิ่มได้ผลไหม)
อ่านต่อ
หากต้องการลงลึกเรื่องสต๊อก อ่านต่อที่ การจัดการสต๊อกสำหรับธุรกิจขนาดเล็ก และถ้ายังเปรียบเทียบระบบอยู่ ดู โปรแกรม POS ฟรีควรมีอะไรบ้าง